ผลงานเข้าประกวด OIC InsurTech Award 2026 · โจทย์ความเสี่ยงด้านสังคมสูงวัย — ต้นแบบเพื่อการประกวด ยังไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่เปิดขายจริง
CareSignalรู้ก่อนพึ่งพิง · เฝ้าระวังก่อนเคลม
Insurance-Embedded Risk Monitoring & Care Coordination

เฝ้าระวังความเสี่ยงหกล้มในผู้สูงอายุ พ่วงไปกับกรมธรรม์ที่มีอยู่

คัดกรองสัญญาณเสี่ยงหกล้มด้วยกล้องมือถือที่บ้าน แล้วประสานทีมดูแลก่อนเกิดเคลม

บริษัทประกันนำไปพ่วงกับกรมธรรม์ผู้สูงอายุ สุขภาพ หรือดูแลระยะยาว · เราไม่ขายประกัน · ผู้ถือกรมธรรม์ใช้ฟรี ไม่จ่ายเพิ่ม

ดูเดโมเส้นทางหนึ่งเคส ›

รุ่นใหม่หลังฟังผู้ใช้ (V3): สัมภาษณ์ผู้สูงอายุและครอบครัว 5 คนแล้วพบว่าผู้สูงอายุตั้งกล้องเองไม่ได้ จึงทำรุ่นที่ลูกหลานเป็นคนจับเวลาให้ ไม่ใช้กล้อง เกณฑ์เดียวกัน · เปิด CareSignal V3 › · รุ่นกล้องหน้านี้ยังใช้ได้ตามเดิม

ไม่ส่งภาพออกประมวลผลในเครื่อง
ไม่ยุ่งกับราคาและการเคลมผลตรวจใช้เฝ้าระวังอย่างเดียว
มนุษย์ตัดสินระบบไม่อนุมัติเคสเอง

วงจรการทำงานตั้งแต่ประเมินจนถึงติดตามผล

ข้อมูลชุดเดียวเดินผ่านทุกคนที่เกี่ยวข้อง แต่ละคนเห็นเฉพาะส่วนที่จำเป็นต่อหน้าที่ตน · คนเป็นผู้ตัดสินใจทุกจุด ระบบจัดลำดับและอธิบายเหตุผลเท่านั้น

  1. 1ผู้เอาประกันประเมินกล้องมือถือที่บ้าน · 8 หัวข้อ
  2. 2ระบบสร้างสัญญาณ4 ระดับ พร้อมเหตุผลรายข้อที่ตรวจสอบได้
  3. 3เข้าคิว Care Managerจัดลำดับตามความเร่งด่วนและกำหนดเวลา
  4. 4Care Manager ตรวจและตัดสินคนเป็นผู้ตัดสินใจส่งต่อ ไม่ใช่ระบบ
  5. 5ส่งต่อผู้เชี่ยวชาญเภสัชกร · นักกายภาพ · พยาบาล · แพทย์
  6. 6ผู้เชี่ยวชาญยืนยันยืนยัน ไม่ยืนยัน หรือขอข้อมูลเพิ่ม
  7. 7บริษัทประกันอนุมัติสิทธิ์ใช้งบดูแลก่อนเกิดเคลม
  8. 8เข้าไปดูแลและบันทึกผลผลกลับเข้าระบบเป็นข้อมูลชุดเดียวกัน
  9. 9นัดติดตามซ้ำถี่ตามระดับ: 7 ถึง 90 วัน

▶ ดูเส้นทางหนึ่งเคสตั้งแต่ต้นจนจบ — ลูกสาวแจ้งเหตุ → ประเมินที่บ้าน → สัญญาณ → ทีมดูแล → แพทย์ เภสัชกร นักกายภาพบำบัด พยาบาล → ผลถึงครอบครัว → ตัวเลขของบริษัทประกัน (ข้อมูลสังเคราะห์ ชุดเดียวกับคอนโซลสาธิต)

สีบอกว่าใครถืองานอยู่ในขั้นนั้น — ผู้เอาประกัน ระบบ Care Manager ผู้เชี่ยวชาญ บริษัทประกัน

โครงหลักของระบบ

วงจรการดูแลตาม CDC STEADI — คัดกรอง → ประเมิน → แผนดูแล → ติดตาม

โครงหลักคือวงจรการดูแล ไม่ใช่คะแนน — สีเขียว เหลือง แดง เป็นเพียงลำดับความสำคัญของงานในแต่ละขั้น ทุกหน้าจอตอบสามคำถามทันที: พบอะไร · ใครต้องทำอะไร · ภายในเมื่อไร

📋
ขั้นที่ 1

คัดกรอง

3 คำถามหลัก + ประวัติหกล้ม 12 เดือน ตอบเองที่บ้าน หรือให้ผู้ดูแลช่วยตอบ

ผู้เอาประกัน
📏
ขั้นที่ 2

ประเมิน

แยกเป็น 8 หัวข้อ ทำทีละขั้น ยืนยันทีละขั้น หยุดกลางทางแล้วกลับมาทำต่อได้

ผู้เอาประกัน + ผู้ดูแล
🤝
ขั้นที่ 3

แผนดูแลและส่งต่อ

ระบบเปิดสัญญาณเสี่ยง → เจ้าหน้าที่ทบทวน ติดต่อ วางแผน ส่งต่อผู้เชี่ยวชาญ

เจ้าหน้าที่ดูแล → ผู้เชี่ยวชาญ
🔁
ขั้นที่ 4

ติดตาม 7–90 วัน

ประเมินซ้ำ ดูแนวโน้ม บันทึกผลลัพธ์ — ปิดเคสได้เฉพาะเมื่อมนุษย์ยืนยัน

เจ้าหน้าที่ดูแล
ใครทำอะไรในระบบ

4 บทบาท 4 หน้าจอ — แต่ละคนเห็นเฉพาะส่วนที่ตนเกี่ยวข้อง

ข้อจำกัดนี้บังคับที่ฐานข้อมูลด้วย Row Level Security ไม่ใช่การซ่อนที่หน้าจอ · กดการ์ดเพื่อไปยังส่วนนั้น

👵

ผู้เอาประกันและครอบครัว

ตอบคำถาม วัดด้วยกล้อง บันทึกยา ดูแนวโน้มและแผนดูแลของตน · ครอบครัวเชื่อมบัญชีได้เมื่อได้รับอนุญาต

เห็น: ข้อมูลของตนเองเท่านั้นเข้าส่วนนี้ ›
🩺

เจ้าหน้าที่ดูแล

รับสัญญาณเสี่ยง ติดต่อ วางแผน ส่งต่อ และติดตามจนปิดเคส · งานของฉันขึ้นก่อน

เห็น: เคสทั้งพอร์ตที่ต้องดูแลเข้าส่วนนี้ ›
💊

ทีมผู้เชี่ยวชาญ

เภสัชกร พยาบาล นักกายภาพ แพทย์ — ยืนยันหรือแก้สิ่งที่เจ้าหน้าที่ส่งมา แล้วบันทึกข้อสรุปกลับ

เห็น: เฉพาะเคสที่ส่งถึงวิชาชีพตนเข้าส่วนนี้ ›
📊

บริษัทประกัน

ประชากร · การกระจายความเสี่ยง · การส่งมอบการดูแล · ผลลัพธ์ เพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ต่อ

เห็น: ภาพรวมระดับกลุ่มแบบแฝงชื่อเข้าส่วนนี้ ›

ผู้เอาประกันบันทึก → เจ้าหน้าที่ติดตาม → ผู้เชี่ยวชาญยืนยัน → บริษัทประกันเห็นภาพรวม

โมเดลธุรกิจและแผนนำร่อง

บริษัทประกันจ่ายค่าบริการรายหัวต่อเดือน และจ่ายเพิ่มเมื่อผลลัพธ์ผ่านเกณฑ์

B2B2C — พ่วงไปกับกรมธรรม์ผู้สูงอายุที่มีอยู่ · เราไม่ขายประกัน และไม่มีส่วนในการคำนวณเบี้ยหรือพิจารณาสินไหม · รายได้ผูกกับการที่ระบบทำงานจริงและวัดได้ ไม่ใช่กับการขายกรมธรรม์

โมเดลหลัก · B2B2C + ค่าบริการรายหัว + โบนัสผลลัพธ์

  • ลูกค้า บริษัทประกันชีวิตหรือสุขภาพที่มีผู้เอาประกันอายุ 60 ปีขึ้นไป
  • รายได้ ค่าบริการรายหัวต่อเดือน (PMPM) 50–150 บาท/คน/เดือน + โบนัสเมื่อผ่านตัวชี้วัด
  • ตัวชี้วัดระยะสั้น อัตราประเมินสำเร็จ · เวลาจนถึงการติดต่อ (time-to-contact) · อัตราติดตามสำเร็จ · อัตราส่งต่อถึงปลายทาง
  • ตัวชี้วัดระยะยาว อัตราหกล้ม · การเข้าห้องฉุกเฉิน · ค่าสินไหม — วัดเมื่อมีข้อมูล 12–24 เดือน
  • การร่วมรับความเสี่ยง ค่าบริการส่วนหนึ่งผูกกับผลลัพธ์ (fees at-risk) เมื่อมีข้อมูล 12–24 เดือน
  • ช่องทาง ฝังเป็นสิทธิประโยชน์ในกรมธรรม์ผู้สูงอายุ · ปฏิบัติการ Care Manager ของบริษัทประกัน หรือหน่วยบริหารการดูแลภายนอก

โมเดลเสริม (ระยะถัดไป)

  • RPM ร่วมกับโรงพยาบาลเพื่อเบิกจ่ายบริการติดตามทางไกล เมื่อกลไกเบิกจ่ายในไทยพร้อม
  • Licensing หน่วยงานรัฐหรือองค์กรไม่แสวงกำไร สำหรับโครงการนำร่องในชุมชน
  • ขายตรง เฉพาะกลุ่มที่บริษัทประกันยังไม่ครอบคลุม

ตัวเลขเป้าหมาย เทียบกับผู้เล่นต่างประเทศ — เป็นเป้าหมายที่จะพิสูจน์ในการนำร่อง ไม่ใช่ผลที่วัดแล้ว

ตัวชี้วัดOmada / Nymbl (สหรัฐฯ)CareSignal (เป้าหมาย)
ค่าบริการรายหัว (PMPM)37–75 ดอลลาร์ (ประกันเป็นผู้จ่าย)50–150 บาท
การรับประกันผลตอบแทน3:1 ใน 12 เดือน (Nymbl)2:1 ใน 12–18 เดือน (ระยะแรก)
การเข้าร่วม10.2% ของผู้มีสิทธิ์ (Nymbl)≥10% ของผู้เอาประกันอายุ 60+
การประหยัด3 ดอลลาร์ PMPM (Nymbl)ลดค่าสินไหม ≥10% ใน 24 เดือน
รอบการขาย12–24 เดือน (value-based)6–12 เดือน (นำร่อง)

สิ่งที่ยังไม่พิสูจน์ — เราจะไม่อ้างบนเวที

  • ยังไม่มีหลักฐานว่าลดเคลม แดชบอร์ดพร้อมเก็บและแสดงผล แต่ผลด้านเคลมและการประหยัดเป็นสิ่งที่จะพิสูจน์ในโครงการนำร่อง
  • ยังไม่มีผลจากผู้ใช้จริงในจำนวนที่สรุปได้ ตัวเลขทุกตัวในโหมดสาธิตเป็นข้อมูลสังเคราะห์ และติดป้ายไว้ทุกหน้าจอ
  • ความแม่นยำของกล้องยังไม่ผ่านการตรวจสอบกับเครื่องมือมาตรฐานในกลุ่มใหญ่ มีชุดบันทึกการตรวจสอบภาคสนามรอเก็บข้อมูล
  • โหมดเซ็นเซอร์อื่น (เรดาร์ นาฬิกา) ยังเป็นการทดลอง ไม่อยู่ในเดโมหลัก
  • ภาระงานของ Care Manager ยังไม่ได้วัดจริง การนำร่องต้องทดสอบทั้งเทคโนโลยีและรูปแบบการทำงาน

สิ่งที่พิสูจน์ก่อนในการนำร่อง 6 เดือน

  • อัตราประเมินสำเร็จ ของผู้ที่ติดตั้ง (ตัวหาร: ผู้เอาประกัน 60+ ที่ได้รับเชิญ)
  • เวลาจนถึงการติดต่อ เทียบกำหนด 24 / 48 / 72 ชั่วโมงตามระดับ
  • อัตราติดตามสำเร็จ และ อัตราส่งต่อถึงปลายทาง (ผู้เชี่ยวชาญส่งผลกลับ)
  • แล้วจึงศึกษาผลด้านการหกล้ม การเข้าโรงพยาบาล และเคลม เมื่อมีข้อมูล 12–24 เดือน
CareSignal ไม่ได้สัญญาว่าจะทำนายการหกล้มได้อย่างสมบูรณ์ แต่ทำให้บริษัทประกันเห็นสัญญาณความเสี่ยงเร็วขึ้น ส่งต่อให้คนที่รับผิดชอบ และตรวจสอบได้ว่าการดูแลเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เราจะพิสูจน์คุณค่าด้วยการนำร่องที่วัดตั้งแต่การประเมินสำเร็จ การติดต่อภายในกำหนด ไปจนถึงการติดตามผล ก่อนขยายไปสู่ผลลัพธ์ด้านการหกล้มและเคลม

ระบบทำอะไร

สัญญาณเสี่ยง เคส และการส่งต่อ5 ข้อ
  • สร้างสัญญาณเสี่ยง 7 ประเภทจากกฎที่ประกาศไว้ล่วงหน้า (ไม่ใช่โมเดลทำนาย)
  • เปิดเคสและตั้งกำหนดติดตามอัตโนมัติตามระดับ 24 / 48 / 72 ชั่วโมง
  • ส่งต่อเป็นแบบฟอร์มสหวิชาชีพตามโครง CDC STEADI — แกนกลางหนึ่งชุด (ผู้เอาประกันเท่าที่จำเป็น · เหตุผล · ประวัติล้ม · อาการ · ผลทดสอบพร้อมคุณภาพข้อมูล · ยา · บ้าน · คำถาม) บวกโมดูลของวิชาชีพ: แพทย์ (Risk Factors Checklist + ตอบรับข้อเสนอเภสัชกร) · เภสัชกร (STEADI-Rx ปัญหาการใช้ยาและข้อเสนอแนะ) · นักกายภาพบำบัด (TUG observations · 4-Stage · Chair Stand · โปรแกรมฝึก) · พยาบาล (ความดันเปลี่ยนท่า · ความปลอดภัยบ้าน · การประสานงาน) ทุกแถวบอกที่มาว่าเป็นข้อมูลจากระบบ ผู้เอาประกันตอบ หรือผู้เชี่ยวชาญกรอก และพิมพ์เป็น PDF ได้
  • ผู้เชี่ยวชาญตอบกลับด้วยปุ่มมาตรฐาน 6 แบบ — ยืนยัน · ไม่ยืนยัน · ขอข้อมูลเพิ่ม · ให้คำแนะนำ · ส่งต่อวิชาชีพอื่น · นัดติดตาม พร้อมข้อค้นพบ คำแนะนำ และระดับเร่งด่วน แล้วระบบตั้งงานให้ผู้ประสานงานปรับแผนทันที ครอบครัวเห็นผลที่ยืนยันแล้วเป็นภาษาคนทั่วไป (วงจรปิด) · ระบบปฏิเสธคำแนะนำที่สั่งหยุดยาโดยตรง ต้องเป็น "ทบทวนกับผู้สั่งใช้"
  • ติดตามการส่งต่อจนถึงผลลัพธ์ ไม่จบที่ "ส่งต่อแล้ว" · ไทม์ไลน์เคสแสดงทุกเหตุการณ์จากทุกตาราง
การวัดที่พิสูจน์ย้อนหลังได้4 ข้อ
  • ลุกเดิน 3 เมตร ยืนยันระยะด้วยป้าย ไม่ใช่เดาจากขนาดตัวในภาพ — เดิมระบบสรุปว่า "เดินครบระยะ" เมื่อตัวในภาพเล็กลงเหลือ 82% ซึ่งบอกได้แค่ว่าไกลขึ้น ไม่ได้บอกว่าไกลเท่าไร เดิน 4 เมตรจึงผ่านเป็น 3 เมตรได้ และเดินจริง 2 เมตรแต่กล้องอยู่ใกล้ก็ผ่านได้เหมือนกัน · ตอนนี้ป้ายจุด 3 เมตรที่วางไว้ให้หลักฐานสองแบบ คือผู้ใช้เดินไปยืนบังป้ายใบนั้น หรือเคลื่อนไปถึงตำแหน่งป้ายในภาพ · ทั้งสองแบบเป็นการเทียบกันภายในเฟรมเดียว ทางยาวโฟกัส มุมมองภาพ และความละเอียดจึงตัดกันหมด ไม่ต้องสอบเทียบกล้องเลย · ระบบเลือกหลักฐานจากป้ายก่อนเสมอ และเมื่อไม่มีป้ายจึงถอยไปใช้ขนาดตัวแบบเดิม โดยบันทึกไว้ทุกครั้งว่ายืนยันด้วยวิธีไหน เพราะ 13.2 วินาทีที่ยืนยันระยะแล้ว กับ 13.2 วินาทีที่เดาระยะ ไม่ควรถูกอ่านเท่ากัน · เกณฑ์ 12 วินาทีของ CDC ใช้ได้ต่อเมื่อระยะเป็น 3 เมตรจริง
  • คนเป็นผู้กดจบ ไม่ใช่กล้องตัดสินเอง — CDC ให้จับเวลาจน "นั่งลงเรียบร้อย" ซึ่งกล้องแยกไม่ออกจาก "เพิ่งทรุดลงเก้าอี้" กล้องจึงหยุดเร็วกว่าความจริงเสมอ ทำให้ผลดูดีเกินจริง ซึ่งเป็นทิศทางที่ผิดที่สุดสำหรับเครื่องมือคัดกรอง · จึงมีปุ่มจบบนจอตลอดการทดสอบ สั่งด้วยเสียงหรือยกมือก็ได้เพราะผู้ทดสอบยืนห่างจอ · เปิดโหมดผู้ดูแลแล้วกล้องจะไม่หยุดเวลาเอง ให้คนที่ยืนอยู่ตรงนั้นเป็นผู้ตัดสิน · ทำคนเดียวยังให้ระบบหยุดเองได้ ไม่งั้นถ้าเอื้อมไม่ถึงปุ่มนาฬิกาจะเดินค้าง แต่บันทึกไว้เสมอว่าใครเป็นคนหยุด · คำสั่งจากเสียงหรือมือรับเฉพาะหลังหมุนกลับแล้ว เพราะมือที่ยกขึ้นระหว่างเดินอาจเป็นการถ่วงตัวให้ทรงตัว ไม่ใช่การสั่งจบ
  • ป้ายสัญลักษณ์ช่วยวัดการโคลงของลำตัวเป็นมิลลิเมตรจริง — พิมพ์ป้าย ArUco ติดหน้าอกและเอว กล้องหามุมป้ายได้ละเอียดกว่าพิกเซล (วัดในภาพสังเคราะห์ได้ความสั่นของตัวตรวจเอง 0.03 พิกเซล เทียบกับจุดข้อต่อที่สั่นหลายพิกเซล) และเพราะรู้ขนาดที่พิมพ์จึงแปลงเป็นมิลลิเมตรได้โดยไม่ต้องสอบเทียบกล้อง · เป็นตัวเสริม ไม่ใช่เงื่อนไข ไม่มีป้ายทุกอย่างทำงานเหมือนเดิม และป้ายหลุดกลางคันระบบถอยไปใช้กล้องต่อทันที · แอปพิมพ์ไม้บรรทัด 100 มม. มาให้บนแผ่นเดียวกัน ผู้ใช้วัดแล้วบอกระบบ จึงรู้ว่าเครื่องพิมพ์ย่อขนาดไปเท่าไร · แผ่นป้ายเป็นไฟล์ PDF หกหน้าพร้อมพิมพ์ ครอบคลุมหกตำแหน่งที่การทดสอบใช้จริง — หน้าอก เอว ท่าทรงตัว จุดเริ่มต้น จุด 1 เมตร และจุด 3 เมตร · แต่ละจุดมีรหัสของตัวเอง ระบบจึงตอบได้ว่าผู้ใช้เดินผ่านจุดไหนแล้ว ไม่ได้แยกด้วยสีซึ่งไปซ้ำกับพรม กระเบื้อง เงา และสีเสื้อได้ตลอด · ป้ายจุดกลับตัวกับจุดเก้าอี้มีฐานพับให้ตั้งหันหน้าเข้ากล้อง เพราะป้ายที่วางราบกับพื้นจะถูกมองเฉียงจนเหลือความสูงในภาพราวหนึ่งในสาม ซึ่งต่ำกว่าขีดที่กล้องอ่านได้
  • บันทึกคุณภาพภาพทุกครั้ง ไม่ใช่เฉพาะครั้งที่มีปัญหา — เก็บทุกเฟรมว่ากล้องเห็นตัวกี่เปอร์เซ็นต์ เห็นเท้ากี่เปอร์เซ็นต์ เห็นป้ายกี่เปอร์เซ็นต์ และมีคนมากกว่าหนึ่งคนในภาพนานแค่ไหน · เฟรมที่กล้องมองไม่เห็นก็ถูกนับ ไม่งั้นค่าเฉลี่ยจะสวยเสมอเพราะเฟรมที่แย่ที่สุดคือเฟรมที่ไม่ถูกนับ · ผู้เชี่ยวชาญจึงอ่านออกว่าตัวเลขชุดนี้เชื่อได้แค่ไหน
ความปลอดภัยของผู้ทดสอบ3 ข้อ
  • หยุดการทดสอบได้ทันที และบันทึกว่าหยุดเพราะอะไร — ปุ่มหยุดอยู่บนจอตั้งแต่ตอนจัดท่า ไม่ใช่โผล่หลังจบท่า · ระบบหยุดจับเวลาก่อนแล้วจึงถามเหตุผล เวลาที่บันทึกจึงไม่ยาวเกินจริง · เสียสมดุล เวียนศีรษะ และต้องจับพยุง แยกบันทึกคนละข้อ เพราะสามอย่างนี้ส่งต่อไปคนละทาง · หยุดกลางคันแล้วไม่พาไปท่าถัดไป ตามที่ CDC STEADI กำหนดไว้ว่าท่าถัดไปยากกว่าเดิมเสมอ
  • ตอบว่าอยู่คนเดียว แล้วระบบไม่พาไปยืนขาเดียว — เดิมด่านความปลอดภัยถามว่ามีผู้ดูแลไหม แล้วบันทึกไว้เฉย ๆ คำตอบ "ไม่มี" ไม่เปลี่ยนอะไรเลย ผู้สูงอายุยังถูกพาไปทำท่าที่ล้มบ่อยที่สุดตามปกติ · ตอนนี้คำตอบนั้นคือสวิตช์โหมดผู้ดูแลโดยตรง และสวิตช์ในหน้าตั้งค่าก็เขียนกลับไปที่คำตอบเดียวกัน จึงไม่มีทางที่สองที่จะขัดกันเอง · ทำคนเดียวเหลือ 3 ท่า ตัดเฉพาะยืนขาเดียว เพราะท่าต่อเท้าคือเกณฑ์คัดกรองหลักของ STEADI ตัดแล้วการทดสอบไม่เหลือค่า ส่วนยืนขาเดียวไม่ใช่เกณฑ์คัดกรองแต่ล้มบ่อยที่สุด · ระบบบอกตั้งแต่ก่อนเริ่มว่าวันนี้ทำสามท่า ไม่ปล่อยให้ไปเจอตอนถึงท่าที่ 4 · ท่าที่ข้ามบันทึกว่า "ไม่ได้ทดสอบ" ไม่ใช่ "ไม่ผ่าน" เพราะสองอย่างนี้ผู้เชี่ยวชาญอ่านคนละความหมาย คะแนนสูงสุดเมื่อคนเดียวจึงเป็น 2 ไม่ใช่ 3
  • โหมดผู้ดูแล — STEADI ให้ผู้ประเมินยืนข้างผู้ทดสอบ ช่วยจัดท่า ปล่อยเมื่อนิ่ง แล้วจับเวลา แปลว่ามีคนที่สองอยู่ตรงนั้นอยู่แล้ว · เปิดโหมดนี้แล้วระบบปิดการรับท่าทางและรีโมตทั้งหมดและให้ผู้ดูแลกดเริ่มกดหยุดเอง ซึ่งแม่นกว่าการฟังเสียงในบ้านที่มีเสียงรบกวน แต่ยังพูดบอกขั้นตอนเหมือนเดิมเพราะผู้ทดสอบยืนห่างจอ
หน้าจอ การใช้งานจริง และเอกสาร7 ข้อ
  • ทุกหน้ารายการของคอนโซลใช้แดชบอร์ดมาตรฐานโรงพยาบาลชุดเดียวกัน — คิวเคส งานของฉัน ติดตามการส่งต่อ ทบทวนยา พอร์ตความเสี่ยง บันทึกตรวจสอบ และจัดการผู้ใช้ ประกอบจากสามชิ้นเดียวกัน: แถบหัวหน้า (หน่วยบริการ · จำนวนรายการ · เวลาจริง) · แถวตัวเลขสรุป ที่กดกรองได้ และช่องที่มีเรื่องด่วนขึ้นสีแดง · ตารางข้อมูลหนาแน่น เรียงได้ทุกคอลัมน์ ค้นหาได้ทันที แถวเกินกำหนดย้อมสี · หน้ารายละเอียดเคสมีแถบผู้ป่วยแบบหัวเวชระเบียน รหัส ชื่อ อายุ ระดับ ขั้นตอน กำหนด อยู่บนสุด · บนจอแคบตารางพับเป็นการ์ดโดยหัวคอลัมน์ไปอยู่หน้าค่าแต่ละช่อง เจ้าหน้าที่จึงเรียนรู้ครั้งเดียวใช้ได้ทุกหน้า · แดชบอร์ดบริษัทประกันใช้โทนเดียวกัน
  • ถอดการสั่งด้วยเสียงออก ใช้ท่าทางยกมือแทน — ระบบรู้จำเสียงไม่เสถียรในบ้านจริง (ภาษาไทยต้องส่งเสียงไปถอดความที่เซิร์ฟเวอร์ และเสียงรบกวนทำให้ฟังผิดเป็นคำอื่น) จึงถอดออกทั้งหมด แอปไม่เปิดไมโครโฟนอีก · ยกมือข้างเดียวค้าง 1 วินาที = คำสั่งหลักของขั้นนั้น ยกสองมือ = คำสั่งตรงข้าม รีโมตบลูทูธและปุ่มบนจอใช้ได้เหมือนเดิม · แอปยังพูดบอกทุกขั้น และพูด "รับทราบ" ทวนทุกคำสั่งก่อนลงมือ ป้ายบนจอบอกตลอดว่ายกมือตอนนี้แล้วจะเกิดอะไร · โหมดผู้ดูแลปิดท่าทางแล้วให้ผู้ดูแลกดปุ่มแทน
  • คอนโซลเจ้าหน้าที่เป็นพื้นขาว ตัดด้วยสีสถานะ แบบระบบงานที่โรงพยาบาลใช้อยู่แล้ว — เดิมเป็นน้ำเงินเข้มทั้งแอปเพื่อให้แยกจากแอปสมาชิกได้ทันที แต่บนจอเคาน์เตอร์และบนมือถือกลางแดดอ่านยาก และไม่เหมือนโปรแกรมที่พยาบาลคุ้นเคย · ตอนนี้ยึดสามข้อ: พื้นขาวตัวหนังสือเข้มเสมอ · สีมีความหมายเดียว คือแดง ส้ม เหลือง เขียวบอกระดับความเสี่ยง และน้ำเงินบอกสิ่งที่กดได้ นอกนั้นไม่มีสี · รูปทรงเรียบ เงาแทบไม่มี · การ์ดเคสบนจอวอร์ดหัวเป็นสีระดับ ตัวการ์ดขาว อ่านจากระยะสองเมตรได้ว่าต้องไปหาใครก่อน
  • เก็บความคืบหน้าระหว่างประเมิน — แต่ละหัวข้อบันทึกลงเครื่องทันทีที่ยืนยัน ปิดแอปหรือแบตหมดกลางทางก็ทำต่อได้ ผลส่งเข้าระบบเมื่อกดบันทึกทั้งหมดเท่านั้น
  • โหมดสาธิตด้วยข้อมูลสังเคราะห์ และชุดเตรียมนำเสนอ — หน้าเดโมเส้นทางหนึ่งเคส เดินเรื่องผู้เอาประกันสาธิตรายเดียว (DEMO-41) ตั้งแต่ลูกสาวแจ้งเหตุ ประเมินที่บ้าน สัญญาณ ทีมดูแลติดต่อ ส่งต่อครบสี่วิชาชีพ ผลกลับถึงครอบครัว จนถึงตัวเลขของบริษัทประกัน โดยอ่านจากชุดข้อมูลเดียวกับคอนโซลสาธิต ทุกขั้นมีปุ่มเปิดหน้าจอจริงของบทบาทนั้น · คอนโซลและแดชบอร์ดเปิดด้วย ?demo=1 จะใช้ข้อมูลสังเคราะห์ในหน่วยความจำแทนฐานข้อมูลจริงทั้งหมด ทุกหน้าจอมีแถบ ข้อมูลสาธิต ที่ปิดไม่ได้ ทุกชื่อขึ้นต้นด้วย "สาธิต" ทุกรหัสขึ้นต้นด้วย DEMO- สลับบทบาทได้จากแถบ และรีเซ็ตกลับค่าตั้งต้นได้ทุกเมื่อ · แอปสมาชิกไม่มีโหมดนี้ เพราะผลตรวจจริงห้ามปนกับข้อมูลจำลอง · ชุดเตรียมนำเสนอเป็น PDF 13 หน้า: ประโยคแกนกลาง สถานการณ์เดโมเดียวพร้อมบทพูดจับเวลา 7 นาที แผนนำร่องหนึ่งหน้า แผนการวัดผลหนึ่งหน้า รายการสิ่งที่ยังไม่พิสูจน์ คำถามกรรมการ และตารางตรวจความสอดคล้องของตัวเลข ซึ่ง audit อ่านค่าจากแอปมาเทียบกับเว็บทุกครั้ง
  • ชุดแบบบันทึกทดสอบภาคสนาม 7 หน้าพร้อมพิมพ์ — สิ่งที่ขาดอยู่ตอนนี้ไม่ใช่ฟีเจอร์ แต่คือข้อมูลจากผู้ใช้จริง ชุดนี้จึงเป็นกระดาษที่พิมพ์ไปใช้ได้ทันที: ใบชี้แจงและใบยินยอมตาม PDPA · แบบบันทึกการตั้งค่า (เครื่อง แสง ระยะที่วัดจริง เวลาที่ใช้ตั้งระบบ) · แบบบันทึกผลรายบุคคลที่ให้จดทั้งค่าจากแอปและค่าจากนาฬิกาจับเวลาสองเรือนเทียบกันตรง ๆ · แบบบันทึกการทรงตัวและอัตราสำเร็จของการสั่งงานด้วยการยกมือ และรีโมต · ความเห็นผู้เข้าร่วม · และเช็กลิสต์ก่อนกลับ · ไม่มีช่องให้กรอกชื่อจริงแม้แต่ช่องเดียว ใช้รหัสผู้เข้าร่วมแทน และหน้าสุดท้ายมีตารางแมปทุกช่องในกระดาษกับชื่อคอลัมน์ใน validation_trials ซึ่งสคริปต์อ่านจากฐานข้อมูลจริงมาตรวจให้ทุกครั้งที่สร้างเล่ม
  • เล่มคู่มือการใช้งานฉบับพิมพ์ 26 หน้า พร้อมภาพประกอบ 22 ภาพ — ครบทุกบทบาท: ผู้เอาประกันและครอบครัว (ติดตั้ง เตรียมที่ตรวจ แปดขั้นตอนพร้อมภาพท่า ท่ายกมือ รีโมต โหมดผู้ดูแล ปุ่มหยุด ดูผลบนเว็บ) · ครอบครัว · เจ้าหน้าที่ดูแล · ผู้เชี่ยวชาญ · ผู้ดูแลระบบ · บริษัทประกัน · ความปลอดภัยของข้อมูล · แผ่นป้าย · แก้ปัญหา และภาคผนวกกฎ 25 ข้อพร้อมที่มา · สร้างจากสคริปต์ที่อ่านชื่อขั้นตอน ท่า เหตุผลหยุด และกฎจากแอปโดยตรง เทสต์จึงยืนยันได้ว่าคู่มือตรงกับแอปเสมอ ไม่มีความลับหรือรหัสตัวอย่างในเล่ม
ความเป็นส่วนตัว สิทธิ์ และการตรวจสอบ6 ข้อ
  • ขอความยินยอมรายครั้ง — ผู้เชี่ยวชาญภายนอกต้องขอทุกครั้ง ผู้เอาประกันกดอนุญาตในแอปของตน สิทธิ์หมดอายุเองใน 8 ชั่วโมง
  • เปิดบัญชีเจ้าหน้าที่ด้วยรหัสที่ผู้ดูแลระบบออกให้ — ระบบไม่เปิดให้สมัครเอง ผู้ดูแลระบบกำหนดชื่อผู้ใช้และบทบาทไว้ล่วงหน้าแล้วออกรหัสหนึ่งใบ ใช้ได้ครั้งเดียวและมีวันหมดอายุ · เจ้าหน้าที่เข้าครั้งแรกด้วยชื่อผู้ใช้กับรหัสนั้น แล้วระบบบังคับให้ตั้งรหัสผ่านของตัวเองทันที เพื่อให้บันทึกตรวจสอบตอบได้ว่าใครเป็นคนลงมือจริง — รหัสที่เดินผ่านมือคนอื่นจึงไม่กลายเป็นรหัสผ่านถาวร · ฐานข้อมูลเก็บรหัสเป็นค่าที่แปลงแล้ว อ่านย้อนกลับไม่ได้แม้แต่ผู้ดูแลระบบเอง
  • สิทธิ์แก้ข้อมูลจำกัดถึงระดับคอลัมน์ — คอลัมน์ที่ตัดสินสิทธิ์ (บทบาท ชื่อผู้ใช้ สถานะรหัสผ่าน) ถูกถอดสิทธิ์แก้ไขออกจากฝั่งผู้ใช้ทั้งหมด เหลือทางเดียวคือฟังก์ชันฝั่งฐานข้อมูลที่ตรวจสิทธิ์และบันทึกทุกครั้ง · ยิงคำสั่งตรงเข้า API ก็ยกระดับตัวเองไม่ได้
  • ผู้ดูแลระบบเลือกลบข้อมูลได้เป็นรายบัญชี — ลบเฉพาะข้อมูลสุขภาพโดยเก็บบัญชีไว้ หรือลบทั้งบัญชี · บันทึกตรวจสอบไม่ถูกลบไม่ว่ากรณีใด และบัญชีเจ้าหน้าที่ที่เคยลงมือทำงานจะถอนสิทธิ์ได้แต่ลบไม่ได้ เพื่อให้ประวัติยังมีผู้รับผิดชอบ
  • บันทึกหน่วยบริการที่ปฏิบัติงาน — เจ้าหน้าที่ระบุทุกครั้งที่เข้าระบบ และหน่วยบริการนั้นติดไปกับคำขอทุกใบ ตอบได้ว่าใครเปิดดูข้อมูลจากที่ใด
  • บันทึกตรวจสอบทุกการเปิดดูหรือแก้ข้อมูล แก้ย้อนหลังไม่ได้

ระบบไม่ทำอะไร

  • ไม่วินิจฉัยโรค ไม่สั่งปรับยา — ผู้เชี่ยวชาญมนุษย์เป็นผู้ตัดสิน
  • ไม่คิดเบี้ย ไม่กำหนดสิทธิ์ ไม่มีส่วนในการพิจารณาสินไหม
  • ไม่แสดง "โอกาสหกล้ม X%" — แสดงสิ่งที่พบและสิ่งที่ต้องทำต่อ
  • ไม่ส่งภาพหรือวิดีโอจากการตรวจร่างกายออกจากเครื่อง — ท่าเดิน ท่าลุกนั่ง ท่าทรงตัว ประมวลผลในเครื่องแล้วทิ้งภาพทันที เหลือไว้แต่ตัวเลขเวลา
  • รูปฉลากยาเป็นข้อยกเว้นเดียว และต้องติ๊กยินยอมก่อน — ไม่ติ๊กก็ใช้งานได้ครบ ระบบอ่านชื่อยาในเครื่องแล้วลบรูปทิ้ง · ถ้าติ๊ก รูปจะเก็บแบบปิด เปิดดูได้เฉพาะเจ้าของ ทีมดูแล และผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับอนุญาตเป็นครั้ง ๆ ไป
  • เสียงพูดแนะนำเป็นข้อความที่เขียนไว้ล่วงหน้า ไม่ได้ต่อกับโมเดลภาษาภายนอก — แอปพูดบอกขั้นตอนและพูด "รับทราบ" ทวนคำสั่งที่รับ แต่ไม่ฟังเสียงผู้ใช้และไม่เปิดไมโครโฟน จึงรับประกันได้ว่าจะไม่พูดข้ามเส้นไปวินิจฉัยหรือแนะนำเรื่องยา
  • ไม่อ้างว่าการวัดด้วยป้ายสัญลักษณ์เทียบเท่าห้องปฏิบัติการ — ตัวตรวจจับผ่านการทดสอบกับภาพสังเคราะห์เท่านั้น (ระยะ การหมุน การเอียง ความเบลอ สัญญาณรบกวน แสงไม่สม่ำเสมอ) ยังไม่มีการทดสอบกับผู้ใช้จริง ค่ามิลลิเมตรที่รายงานจึงเป็นข้อสังเกต ไม่ได้นำไปตัดสินผ่านหรือไม่ผ่าน
  • ยังไม่ได้เชื่อม Thai Medicines Terminology (TMT) ของ สมสท. ซึ่งต้องขอสิทธิ์เข้าถึงในนามโครงการก่อน — ที่เชื่อมแล้วคือทะเบียนตำรับยาของ อย.
  • ระบบไม่จัดกลุ่มยาเองเมื่อทะเบียนไม่ได้ให้รหัส ATC ครบ — ทะเบียนเก่าหลายรายการมีแต่รหัสหมวดกว้าง ๆ กรณีนั้นส่งเภสัชกรจัดกลุ่ม เพราะจับคู่ผิดอันตรายกว่าไม่รู้จัก
  • ไม่ให้ค้นหาผู้เอาประกันข้ามพอร์ต — เห็นได้เฉพาะเคสที่ถูกส่งถึงตน
  • ไม่ใช่ระบบส่งต่อผู้ป่วยเพื่อรักษา — ส่งต่อสัญญาณเสี่ยงเพื่อทบทวนและส่งต่อก่อนเกิดเคลม ไม่มีภาพรังสี ไม่มีเวชระเบียนเต็ม
วิธีวัดที่ใช้ไม่ใช่ของใหม่ — การวัดลุกนั่งด้วยกล้องมือถือมีงานตีพิมพ์รองรับ (PLOS Digital Health 2026 · npj Digital Medicine 2023 · Sensors 2021, ICC 0.92–0.97) เกณฑ์เวลาอิงประชากรไทย (Poncumhak 2014 · Intaruk 2021) กลุ่มยาอิง STOPPFall 2021 / AGS Beers 2023 · ชื่อยาและรหัส ATC ค้นจากทะเบียนตำรับยาของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา · CareSignal ยังไม่มีข้อมูลนำร่องของตัวเอง จึงไม่อ้างประสิทธิผลของระบบเอง
CareSignal · ต้นแบบเพื่อการประกวด OIC InsurTech Award 2026 · ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์ · ไม่ใช้ตัดสินสิทธิ์หรือผลการเคลม
ส่วนที่ 2

ผู้เอาประกันและครอบครัวสมาชิก

การตรวจทำในแอปบนมือถือ · หน้านี้บอกว่าต้องทำอะไรบ้าง และแสดงผลเมื่อผู้เชี่ยวชาญยืนยันแล้ว

การตรวจทั้งหมดทำในแอป CareSignal บนมือถือ ไม่ใช่บนหน้าเว็บนี้ — เพราะต้องใช้กล้อง เซ็นเซอร์ และเสียงของเครื่อง หน้านี้มีไว้ให้ท่านและครอบครัวรู้ล่วงหน้าว่าจะเจออะไร เตรียมของให้ครบ แล้วเปิดแอปทำทีเดียวจบ · ติดตั้งแอปได้จากปุ่ม "ใช้ออฟไลน์ได้" ในส่วนที่ 1

เตรียมก่อนเปิดแอป

📄
พิมพ์แผ่นป้าย 6 หน้า

พิมพ์ที่ขนาด 100% ห้ามเลือก "พอดีหน้ากระดาษ" · วัดไม้บรรทัดหน้าแรกด้วยไม้บรรทัดจริง แล้วกรอกค่าที่ได้ในแอปที่ ตั้งค่า → โหมดป้าย · กระดาษขาวผิวด้าน · ตัดให้เหลือกรอบขาวรอบป้ายไว้เสมอ

🎽
ป้ายหน้าอกและป้ายเอว

ติดกลางอก และหน้าท้องระดับสะดือ บนเสื้อหรือสายคาด ให้แผ่นแบนเรียบ ไม่ยับ ไม่ห้อยแกว่ง — กล้องใช้สองป้ายนี้วัดการลุก-นั่ง การเดิน และการโคลงเป็นมิลลิเมตรจริง

📱
วางมือถือ

พิงผนังหรือตั้งบนโต๊ะเตี้ย ห่างจากท่าน 2–3 เมตร ให้เห็นตั้งแต่ศีรษะถึงเท้าและเก้าอี้ทั้งตัว · แสงพอ ไม่ย้อนแสง

🪑
เก้าอี้และรองเท้า

เก้าอี้มีพนักพิง ไม่มีล้อ ไม่ต่ำหรือสูงเกินไป · สวมรองเท้าหุ้มส้นที่ใส่ประจำ หรือเท้าเปล่า ห้ามถุงเท้า · ใช้ไม้เท้าหรือเครื่องช่วยเดินที่ใช้ประจำได้

🧑‍🤝‍🧑
มีคนอยู่ข้าง ๆ ถ้าเป็นไปได้

ถ้ามีผู้ดูแล ให้ตอบ "มี" ในด่านความปลอดภัย — ผู้ดูแลจะเป็นคนกดเริ่มและกดหยุดแทนการสั่งด้วยเสียง และท่ายืนขาเดียวจะทำได้ · ถ้าอยู่คนเดียว แอปจะตัดท่ายืนขาเดียวออกให้เอง

8 ขั้นตอนในแอป — เรียงตามลำดับที่แอปจะพาไป

กดที่ขั้นใดก็ได้เพื่อข้ามไปอ่านรายละเอียดของขั้นนั้นบังคับ 4 ขั้นข้ามได้ 4 ขั้น

1
ความยินยอมและความปลอดภัย คำถาม 5 ข้อ · บังคับ

วันนี้หน้ามืดหรือเวียนศีรษะมากไหม · เจ็บหน้าอกหรือหายใจลำบากไหม · อ่อนแรงเฉียบพลันหรือหน้าเบี้ยวไหม · เพิ่งหกล้ม บาดเจ็บ หรือแพทย์ห้ามเดินไหม · มีผู้ดูแลอยู่ข้าง ๆ ไหม — ตอบว่า "มี" ในสี่ข้อแรกข้อใดข้อหนึ่ง แอปจะหยุดการทดสอบร่างกายให้ทันทีและแนะนำสิ่งที่ควรทำแทน

2
ประวัติหกล้มและอาการ ตอบคำถาม · บังคับ

ใน 12 เดือนที่ผ่านมาหกล้มกี่ครั้ง · ล้มแล้วลุกเองได้ไหม บาดเจ็บไหม หมดสติไหม — สามอย่างนี้ส่งต่อไปคนละทาง จึงถามแยกกัน

3
ยาที่ใช้ประจำ ถ่ายฉลาก · บังคับ

ถ่ายรูปฉลากยาทีละรายการ แอปอ่านชื่อยาให้ท่านยืนยัน แล้วจัดกลุ่มว่ายาตัวไหนเพิ่มความเสี่ยงหกล้ม · แอปไม่สั่งหยุดหรือปรับยาเอง ถ้าเข้าเกณฑ์จะส่งให้เภสัชกรทบทวน

4
ลุกนั่ง 5 ครั้ง (FTSST) ท่าทาง · ไม่บังคับ

กอดอกไว้ นั่งพิงพนัก แล้วลุกยืนจนสุดและนั่งลงให้ครบ 5 ครั้ง เร็วที่สุดเท่าที่ปลอดภัย · กล้องนับครั้งและจับเวลาให้จากป้ายเอวหรือสะโพก · ถ้ากล้องใช้ไม่ได้ ให้คนช่วยจับเวลาแล้วกรอกเอง

5
ลุกเดิน 3 เมตร (TUG) ท่าทาง · ไม่บังคับ

ตั้งป้าย 3 ใบ: จุดเริ่มต้นข้างเก้าอี้ · จุด 1 เมตร · จุด 3 เมตร วัดระยะด้วยตลับเมตร · นั่งพิงพนัก พูดว่า "เริ่ม" หรือกดปุ่ม → ลุกขึ้น เดินด้วยความเร็วปกติไปที่ป้ายจุด 3 เมตร หมุนกลับตรงป้าย ไม่หมุนก่อนถึง (แอปดูว่าท่านเดินไปบังป้ายหรือยัง จึงรู้ว่าครบระยะจริง) → เดินกลับมานั่งลงเรียบร้อย → กดปุ่มจบ หรือพูดว่า "จบ" หรือยกมือ

6
การทรงตัว 4 ท่า ท่าทาง · ไม่บังคับ

ยืนหันข้างให้กล้อง ลืมตาตลอด ไม่จับสิ่งใด ท่าละ 10 วินาที: ① เท้าชิดกัน ② กึ่งต่อเท้า (เลื่อนเท้าหน้าไปครึ่งเท้า) ③ ต่อเท้าเป็นเส้นตรง ④ ยืนขาเดียว · แอปตรวจตำแหน่งเท้าและบอกเมื่อพร้อม แล้วรอท่านพูดว่า "เริ่ม" · ปุ่มหยุดทันทีอยู่บนจอตลอด เสียสมดุล เวียนศีรษะ หรือต้องจับพยุง กดได้เลย แล้วจบทั้งชุด · ยืนขาเดียวทำเฉพาะเมื่อมีคนอยู่ข้าง ๆ · ผลผ่าน/ไม่ผ่านท่านหรือผู้ดูแลเป็นผู้ยืนยัน กล้องแค่ช่วยสังเกต

7
กิจวัตรประจำวัน (Barthel ADL) ตอบคำถาม · บังคับ

การย้ายตัวจากเตียงไปเก้าอี้ · อาบน้ำ · ใช้ห้องส้วม · ขึ้นลงบันได · เดินในบ้าน — ตอบตามที่ทำได้จริงในตอนนี้

8
ความปลอดภัยในบ้าน ติ๊กเลือก · ไม่บังคับ

พรมหรือสายไฟบนทางเดิน · พื้นห้องน้ำลื่น · ทางเดินกลางคืนมืด · ห้องน้ำไม่มีราวจับ · บันไดไม่มีราว · รองเท้าแตะหลวม · ของใช้อยู่สูงต้องปีน — ข้อนี้ไม่เข้าคะแนน แต่ทีมดูแลใช้วางแผนแก้ไขที่บ้าน

สั่งงานแอปจากระยะไกล

🙋
ยกมือ

ยกมือข้างเดียวค้างไว้ 1 วินาที = คำสั่งหลักของขั้นนั้น (เริ่ม บันทึก ผ่าน จบ) · ยกสองมือค้างไว้ = คำสั่งตรงข้าม (ไม่ผ่าน ทำใหม่ หยุด) · ป้ายบนจอบอกตลอดว่ายกมือตอนนี้แล้วจะเกิดอะไร · กดปุ่ม ช่วยเหลือ เมื่อใดก็ได้เพื่อฟังวิธีสั่งงาน

🔊
แอปพูดบอกและทวนคำสั่ง แต่ไม่ฟังเสียง

แอปพูดทุกขั้นว่าต้องทำอะไร และพูด "รับทราบ เริ่ม" ทวนทุกคำสั่งที่รับก่อนลงมือ · การสั่งด้วยเสียงถูกถอดออกแล้ว (7 ก.ย. 2569) เพราะไม่เสถียรในบ้านที่มีเสียงรบกวน แอปไม่เปิดไมโครโฟนเลย

🎮
รีโมตบลูทูธ

รีโมตนำเสนอสไลด์หรือรีโมตชัตเตอร์กดแทนได้ สอนปุ่มให้แอปรู้จักครั้งเดียวที่ ตั้งค่า → ปุ่มรีโมต

หลังจากบันทึกผลแล้ว

1แอปบันทึกผลลงระบบกลาง แล้วอ่านสัญญาณเสี่ยงด้วยกฎที่ประกาศไว้ ไม่ใช่โมเดลทำนาย
2ถ้าพบสัญญาณ ทีมดูแลของบริษัทประกันเปิดเคสและติดต่อท่านภายใน 24–72 ชั่วโมงตามระดับ
3ทีมดูแลส่งชุดข้อมูลให้ผู้เชี่ยวชาญ — แพทย์ เภสัชกร นักกายภาพ หรือพยาบาล — ตามชนิดของสัญญาณ
4ผู้เชี่ยวชาญส่งผลกลับเป็นข้อค้นพบ คำแนะนำ และขั้นตอนถัดไป · ผลนั้นจะมาแสดงที่แท็บ "ผลที่ผู้เชี่ยวชาญยืนยันแล้ว" ในหน้านี้

ผลจากแอปใช้เพื่อเฝ้าระวังและประสานการดูแลเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัย ไม่มีผลต่อเบี้ยหรือความคุ้มครอง · หากเจ็บหน้าอก เวียนศีรษะรุนแรง หรือล้มแล้วลุกไม่ได้ โทร 1669 ทันที

กำลังเปิดหน้าผลตรวจ…
ส่วนที่ 3

เจ้าหน้าที่ดูแลเจ้าหน้าที่

รับสัญญาณเสี่ยง ติดต่อ วางแผน ส่งต่อ ติดตามจนปิดเคส · เห็นเคสทั้งพอร์ตเพราะต้องจัดสรรงาน · เปิดคอนโซลมาเจอบอร์ดวันนี้ก่อน แล้วค่อยเจาะเข้าคิวเคสทีละราย

เข้าใช้งานด้วยชื่อผู้ใช้และรหัสที่ผู้ดูแลระบบออกให้ ไม่มีการสมัครเอง — เข้าครั้งแรกแล้วตั้งรหัสผ่านของตัวเองทันที · สำหรับการนำเสนอ: โหมดสาธิตด้วยข้อมูลสังเคราะห์ ติดป้ายทุกหน้าจอ ไม่เชื่อมฐานข้อมูล

ส่วนที่ 4

ทีมผู้เชี่ยวชาญผู้เชี่ยวชาญ

เภสัชกร พยาบาล นักกายภาพ แพทย์ — เห็นเฉพาะเคสที่ส่งถึงวิชาชีพตน · ขอความยินยอมก่อนเปิดดูข้อมูลคลินิก · บทบาทมาจากรหัสที่ผู้ดูแลระบบออกให้ ตั้งบทบาทให้ตัวเองไม่ได้ — ข้อจำกัดนี้บังคับถึงระดับคอลัมน์ในฐานข้อมูล

ส่วนที่ 5

บริษัทประกันบริษัทประกัน

ตัวเลขที่ต้องรู้ · ความเสี่ยงและงานค้าง · แนวโน้มรายเดือน · วงจรการดูแล — ระดับกลุ่มแบบแฝงชื่อ กลุ่มเล็กกว่า 10 คนปิดตัวเลข · สำหรับการนำเสนอ: โหมดสาธิตด้วยข้อมูลสังเคราะห์

กำลังเปิดแดชบอร์ดพอร์ต…